การใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างถูกวิธี
posted on 18 Nov 2010 12:11 by tonyloveการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างถูกวิธี
บางครั้งความเสียหายในการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ เกิดมาจากการใช้งานเครื่องแบบไม่ถูกวิธีของผู้ใช้เองน่ะครับผม ส่งผลให้เกิดความเสียหายไปถึงข้อมูลที่อยู่บนฮาร์ดดิสของเราด้วย แน่นอนน่ะครับว่ามีวิธีการแก้ไข แต่เราควรป้องกันซ่ะดีกว่าแก้จริงไหมละครับผม แห่ะๆ
การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือรู้เท่าทันสาเหตุและตามไปถอนรากของปัญหาอย่างถูกจุด ทั้งการแก้ปัญหาทางด้านโปรแกรมที่ใช้งานบนเครื่องหรือด้านฮาร์ดแวร์ของเครื่อง อีกสาเหตุหนึ่งที่สำคัญและเป็นตัวการที่พบว่าก่อให้เกิดปัญหามากที่สุดก็คือ วิธีการใช้งานอย่างไม่ถูกต้องนั่นเองครับ
เทคนิคนี้น่ะครับบูมจะเสนอแนวทางในการใช้งานเครื่องอย่างถูกวิธีหร้อมหลีกเลี่ยง การใช้งานเครื่องที่ส่งผลต่อระบบโดยตรง พี่น้องชาวแกงค์พอร์ชที่มีปัญหาคอมพังอยู่บ่อย ๆ ลองเปรียบเทียบพฤติกรรมการใช้งานดูน่ะครับผม
1.การวางเครื่องไว้ในสถานที่ไม่เหมาะสม
หลาย ๆ คนน่ะครับที่กำลังใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ดี ๆ เครื่องก็เสีย , ดับไปเฉย ๆ อันดับแรกก็ให้เราตรวจสอบก่อนเลยครับว่า สถานที่ที่เราใช้งานเครื่องอยู่ตอนนี้เหมาะสมแล้วเหรอ ตัวอย่างเช่น ห้องที่เราเข้าไปใช้งานมันค่อนข้างที่จะร้อนหรือชื้นเกินไป อย่างที่เราทราบกันน่ะครับว่า คอมพิวเตอร์จะไม่ค่อยถูกกับความร้อนและความชื้นเท่าไหร่นัก ดังนั้นเราควรหาสถานที่ ที่เหมาะสมแก่การใช้งาน อาจจะเป็นห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ หรือ ถ้าหาไม่ได้ก็อาจจะไปใช้ในสถานที่ ที่อากาศ ถ่ายเทได้สะดวกครับผม
2. ไม่มีแผนในการรีบมือกับระบบไฟฟ้า
ในกรณีที่ระบบไฟฟ้าของเราปกติดี อาจจะไม่ต้องกังวลมันมากครับ แต่หากอยู่ในสถานการณ์เสี่ยง เหอๆ เช่นฝนอาจจะกำลังจะตก หรือ อะไรก็ได้ที่ทำให้ไฟฟ้าดับได้ เราควรที่จะมีอุปกรณ์สำรองไฟ หรือ ที่เรียกกันทั่ว ๆ ว่า เครื่องสำรองไฟ (UPS) ที่ว่าสำคัญก็เพราะว่าบูมเคยเจอกับตัวเองเลยล่ะครับผม นั่งทำงานอยู่ดี ๆ ไฟดับ ไม่ได้บันทึกงานไว้ เฮ้ออ..แย่เลยว่าง๊านนนน เหอๆ แล้วการที่ไฟดับกระทันหันก็ทำให้เสี่ยงต่อการเสียของระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราง่ายขึ้นด้วยครับ
3. เปิดฝาเคสทิ้งไว้ขณะใช้งาน
อ่าหลายคนคิดว่าเปิดฝาครอบเคสออกแล้วจะระบายเครื่องได้ดี อันที่จริงมันก็จริงครับ แต่ว่าไอลมที่พัดเข้ามานั้นพาเอาของที่เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่พึงประสงค์จะรับเอาไปเลย นั้นคือ “ฝุ่น” เหอๆ ที่จริงคอมพิวเตอร์เรามีเพื่อนมาช่วยพัดลมระบายให้แล้วครับ อยู่ในเครื่องของเรานั่งข้าง ๆ CPU , HDD นั่นคือฮีตซิ้งครับ มันจะช่วยระบายความร้อนให้เอง ส่วนเรื่องของคุณภาพของฮีตซิ้งนั้นก็ลองศึกษาได้เองครับ อาจถามจากเจ้าจองร้าน IT ทั่ว ๆ ไป แล้วไปหาซื้อมาประดับบารมีคู่บ้านเดียวกับคอมพิวเตอร์เราครับ
4. รีบู๊ตเครื่องบ่อยเกินไปหน่อย แห่ะๆ
ผู้ใช้บางคยมักจะกดปุ่ม Reboot หรือ Reset ที่อยู่บนเครื่องเป็นประจำทุกครั้งเมื่อเครื่องเกิดปัญหา ด้วยคิดว่า มันง่าย สะดวก รวดเร็ว แต่การกดบนเคสนั้น ก่อให้เกิดผลรุนแรงกับเครื่องมากกว่าการ Restart ตามระบบ หรือใน Ctrl+Alt+Del หลายประการครับ สาเหตุที่เป็นอย่างนั้นเหรอครับผม ก็เพราะว่า ในขณะมันค้างอยู่ โปรแกรมตัวอื่น หรือ ตัวที่มีปัญหา กำลังติดต่อกับระบบเครื่องของเราอย่างเต็มที่เลย แล้วบังเอิญว่าเราไปกดปิดมันซ่ะงั้น ทำให้มีปัญหาแน่นอนครับ เหมือนกันครับ กับการที่เราวิ่งอยู่ดี ๆ แล้วเพื่อนเอาเชือกมาดักขาเรา เหอ คิดดูน่ะครับผม(ช่างคิดตัวอย่างจริงเลยเรา เหอๆ ) ที่กล่าวไปนั่นไม่ได้ห้ามน่ะครับว่าจะ Re ไม่ได้ ... เหอๆ ได้ครับ แต่ต้องให้ถูกวิธี ตามที่กล่าวมาแล้วหากเราทำถูกวิธีอย่างน้อยเครื่อง ระบบปฎิบัติการ หรืออุปกรณ์ในเครื่อง ก็ทำการปิดการติดต่อกับโปรแกรมในเครื่องก่อนครับ
5. ติดตั้งระบบปฎิบัติการเกินกำลังความสามารถของเครื่อง
ของใหม่อาจจะดีน่ะครับ เพราะทันสมัยกว่า แต่ก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป เราจะเห็นว่า ระบบใหม่ ๆ มักมาพร้อมกับความต้องการของระบบที่สูงขึ้น(จริงมั๊ยคับ) เหอๆ ปัจจุบันก็ Vista ซึ่งใหญ่มากพอสมควรเลยทีเดียว เห็นได้จากความต้องการของระบบขั้นต่ำน่ะครับ ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว เพราะว่าเน้นรูปแบบกราฟิกสวยงาม ทำให้เปลืองพื้นที่มาก อีกทั้งการทำงานอืดขึ้นด้วย แงๆ เพราะฉนั้นควรที่จะเลือกระบบที่เหมาะสมกับเครื่องของตัวเองน่ะครับผม
6. ใช้งานนานเกินไป
แน่นอนครับว่าบางครั้งเราจำเป็น แต่ก็ไม่ควรจำเป็นบ่อยเกินไป เหอๆ การที่เราใช้งานนาน ๆ มีผลเสี่ยงต่อการแฮงค์ของเครื่องสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่ว่าเป็นอย่างนั้นเหรอครับ ก็เพราะว่า เครื่องคอมของเรามันเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าน่ะครับ ถ้าใช้งาน ๆ มันก็จะร้อนมากขึ้นจริงหรือเปล่าครับ นั่นละครับคือสาหตุที่ทำให้เครื่องของเรามีความเสียงสูงเมื่อใช้งานนาน ๆ เข้า ครับ ทั้งนี้ถ้าไม่เกินความจำเป็นแล้วก็ไม่ควรที่จะเปิด และ ใช้งานเครื่องนานเกิน 1 วันเลยน่ะครับ ( PC น่ะครับปกติน่ะครับ ไม่ใช่ Server คอมหรือเกมส์ออนไลน์ เหอๆ ) เพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นอีกทั้งรักษาสุขภาพตัวเราด้วยครับ
7. แก้ไขข้อมูลสำคัญของระบบโดยขาดความรู้
การทำงานของระบบปฎิบัติการส่วนใหญ่นั้น จะมีการตั้งค่าของระบบเก็บไว้ที่หนึ่งครับ ซึ่งผู้ใช้สามารถแก้ไขค่าเหล่านั้นได้ด้วยตนเอง แต่ไม่นนำให้กระทำนอกเสียจากว่ามีความชำนาญมากแล้วอาทิ การแก้ Register ของระบบ Windows (ผ่าน regedit) ซึ่งการเปลี่ยนแปลงค่าโดยไม่รู้หลักการทำงานทำให้เครื่องเกิดการผิดพลาดอย่างรุนแรงและต่อเนื่องได้เลยครับ อาจถึงกับต้องลงระบบปฎิบัติการกันใหม่เลยทีเดียว
อ่า นอกจาก regedit แล้ว การแก้ไข System ของ Windows (Sysedit) อย่างรู้เท่าไม่ถึงการก็อาจจะทำให้เครื่องของเราเสี่ยงเช่นกัน
(เหอๆ แต่เนื่องจากเทคนิคส่วนใหญ่ที่บูมนำเสนอมักใช้งาน regedit เสมอ แต่ไม่ต้องกลัวนะครับทุกเทคนิคบูมได้ศึกษา และใช้งานมาหมดแล้ว หากมีผลกระทบบูมจะไม่นำมาเสนอ หรือ ถ้าเอามา ก็จะบอกความเสี่ยงไว้ให้ เพื่อความปลอดภัยของเครื่องพี่น้องชาวแกงค์พอร์ชของเราทุกคนครับ)

8.เปิดโปรแกรมที่กินหน่วยความจำสูง ๆ พร้อม ๆ กัน
โปรแกรมในห้องตลาดมากมายที่สร้างแบบใช้ความละเอียดที่สูงมาก เช่น Photoshop , Dreams โปรแกรมพวกนี้หากทำงานร่วมกันจะทำให้การทำงานของเครื่องเราช้าลง เพราะระบบเรียกการทำงานมากเกินไปจนซ้ำซ้อนกัน แล้วโปรแกรมบางตัวก็ใช้งานหน่วยความจำสูงขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยครับ แต่ก็ไม่ต้องกังวลมากนักน่ะครับ เพราะ Windows ของเราจะช่วยให้การทำงานที่ยุ่งยากนั้นดีมากขึ้น แต่เราก็ไม่ควรละเลย เปิดใช้งานตามใจชอบ อาจจะทำให้เรานั่งเสียเวลารอนาน เพราะโปรแกรมทำงานจนค้าง จนต้อง Restart อีก เครื่องก็มีปัญหาเข้าไปอีก
9. ละเลยการทำ Disk Cleanup และ Defragment
Disk Cleanup จะเป็นโปรแกรมที่ช่วยทำความสะอาดโปรแกรมที่ค้างในเครื่องของเรา (ขยะ) ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากการลบขยะแล้วพื้นที่ก็จะเพิ่มขึ้น อีกทั้ง การทำงานทั่วไปจะเร็วขึ้นบ้างด้วย
Defragment เป็นโปรแกรมที่ช่วยทำความสะอาดพื้นที่ของคอมพิวเตอร์ทั้งหมด (ตามที่เราเลือก) ที่ต้องทำก็เพราะว่า บางครั้ง เรานำไฟล์ใหม่เข้า แล้วเอาไฟล์เก่าออก หรือลบ ฮาร์ดดิสของเราก็จะเกิดพื้นที่ว่าง และกระจัดกระจาย ซึ่งทำให้การทำงานของระบบโดยรวมช้ามาก อืดๆๆๆๆเลยทีเดียว ดังนั้นบูมขอแนะนำน่ะครับว่า เราควรจะ Defragment อย่างน้อย เดือนละครั้ง ครับ


10. ปิดเครื่องไม่เป็น
ป่อยยๆๆๆ อาจฟังแล้วตลกมากจริงไหมครับ เหอๆ แต่รู้ไหมครับว่า การปิดเครื่องไม่ถูกวิธี ทำให้เครื่องเราเสียเร็วมากที่สุดเลยก็ว่าได้ (เหมือนกับไฟฟ้าดับเวลทำงาน)


11. นำ CD เก่า ๆ มาเปิด
การนำ CD ที่เก่าแก่มาเปิด จะทำให้ไดรฟ์อ่านของเราทำงานหนัก จนค้างได้ครับ พี่น้องชาวแกงค์พอร์ชก็อาจจะเคยเจอแล้วใช่ไหมครับ
12. ประมาทไวรัส และโปรแกรมก่อกวน
ไวรัสและโปรแกรมก่อกวนทั้งหลายที่มาในเครื่องของเรา ล้วนแต่สร้างปัญหาทั้งสิ้นครับ แต่ก็จะไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่ใหญ่โตอะไรเลยหากเรามีการป้องกันที่ดี ซึ่งโดยส่วนใหญ่นั้นก็เป็นเพียงการอัพเดตโปรแกรมที่ใช้เท่านั้น แน่นอนครับว่าเครื่องของพวกเราคงมีโปรแกรมป้องกันไวรัสกันแล้ว แต่น่าเสียดายที่ตั้งไว้ไม่เคยอัพเดต ถ้าเป็นของใช้ฝุ่นเกาะหมดแล้วค้าบบ เหอๆ มาปัดฝุ่นอัพเดตกกันดีกว่า แล้วก็ไม่ต้องมากังวลอีกเลยกับไวรัส แห่ะๆ
13. การลบโปรแกรมผิด
ฮันแน่ เหอๆ ไม่ต้องหนีไปซ่อนเลย มีคนส่วนใหญ่ครับที่ลบโปรแกรมในโฟลเดอร์ที่ติดตั้งโปรแกรม โดยการลบมันทิ้งไป มันผิดอย่างมากเลยครับ เพราะโปรแกรมจะลบไม่หมดและฝังในเครื่องจนเป็นขยะโดยไม่จำเป็น ดังนั้นเราควรลบแบบคนมีระดับหน่อย แห่ะๆ คือการลบผ่านทาง Add/Remove Programs หรือ ไฟล์ Uninstall ของโปรแกรมก็ได้ครับ
ทบทวนกลวิธีทั้งหมดที่ว่ามา
1. การวางเครื่องให้เหมาะสม อย่างที่เราทราบกันน่ะครับว่า คอมพิวเตอร์จะไม่ค่อยถูกกับความร้อนและความชื้นเท่าไหร่นัก ดังนั้นเราควรหาสถานที่ ที่เหมาะสมแก่การใช้งาน
2. ควรมีแผนในการรีบมือกับระบบไฟฟ้า เราควรที่จะมีอุปกรณ์สำรองไฟ หรือ ที่เรียกกันทั่ว ๆ ว่า เครื่องสำรองไฟ (UPS)
3.ไม่ควรเปิดฝาเคสทิ้งไว้ขณะใช้งาน ที่จริงคอมพิวเตอร์เรามีเพื่อนมาช่วยพัดลมระบายให้แล้วครับ อยู่ในเครื่องของเรานั่งข้าง ๆ CPU , HDD นั่นคือฮีตซิ้ง
4. ไม่ควรรีบู๊ตเครื่องบ่อยเกินไป เพราะว่า ในขณะมันค้างอยู่ โปรแกรมตัวอื่น หรือ ตัวที่มีปัญหา กำลังติดต่อกับระบบเครื่องของเราอย่างเต็มที่เลย แล้วบังเอิญว่าเราไปกดปิดมันซ่ะงั้น ทำให้มีปัญหาแน่นอนครับ เหมือนกันครับ กับการที่เราวิ่งอยู่ดี ๆ แล้วเพื่อนเอาเชือกมาดักขาเรา เหอ คิดดูน่ะครับผม(ช่างคิดตัวอย่างจริงเลยเรา
5. ไม่ติดตั้งระบบปฎิบัติการเกินกำลังความสามารถของเครื่อง เพราะว่าเน้นรูปแบบกราฟิกสวยงาม ทำให้เปลืองพื้นที่มาก อีกทั้งการทำงานอืดขึ้นด้วย
6.ไม่ควรใช้งานนานเกินไป การที่เราใช้งานนาน ๆ มีผลเสี่ยงต่อการแฮงค์ของเครื่องสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่ว่าเป็นอย่างนั้นเหรอครับ ก็เพราะว่า เครื่องคอมของเรามันเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าน่ะครับ ถ้าใช้งาน ๆ มันก็จะร้อนมากขึ้นจริงหรือเปล่าครับ นั่นละครับคือสาหตุที่ทำให้เครื่องของเรามีความเสียงสูงเมื่อใช้งานนาน ๆ เข้า
7. ไม่แก้ไขข้อมูลสำคัญของระบบโดยขาดความรู้ การแก้ Register ของระบบ Windows (ผ่าน regedit) ซึ่งการเปลี่ยนแปลงค่าโดยไม่รู้หลักการทำงานทำให้เครื่องเกิดการผิดพลาดอย่างรุนแรงและต่อเนื่องได้เลยครับ อาจถึงกับต้องลงระบบปฎิบัติการกันใหม่เลยทีเดียวแต่เนื่องจากเทคนิคส่วนใหญ่ที่บูมนำเสนอมักใช้งาน regedit เสมอ แต่ไม่ต้องกลัวนะครับทุกเทคนิคบูมได้ศึกษา และใช้งานมาหมดแล้ว หากมีผลกระทบบูมจะไม่นำมาเสนอ หรือ ถ้าเอามา ก็จะบอกความเสี่ยงไว้ให้ เพื่อความปลอดภัยของเครื่องพี่น้องชาวแกงค์พอร์ชของเราทุกคนครับ
8. ไม่เปิดโปรแกรมที่กินหน่วยความจำสูง ๆ พร้อม ๆ กัน เพราะระบบเรียกการทำงานมากเกินไปจนซ้ำซ้อนกัน แล้วโปรแกรมบางตัวก็ใช้งานหน่วยความจำสูงขึ้นเรื่อย ๆ
9. ไม่ละเลยการทำ Disk Cleanup และ Defragment
Disk Cleanup จะเป็นโปรแกรมที่ช่วยทำความสะอาดโปรแกรมที่ค้างในเครื่องของเรา (ขยะ) ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากการลบขยะแล้วพื้นที่ก็จะเพิ่มขึ้น อีกทั้ง การทำงานทั่วไปจะเร็วขึ้นบ้างด้วย Defragment เป็นโปรแกรมที่ช่วยทำความสะอาดพื้นที่ของคอมพิวเตอร์ทั้งหมด เพราะว่า บางครั้ง เรานำไฟล์ใหม่เข้า แล้วเอาไฟล์เก่าออก หรือลบ ฮาร์ดดิสของเราก็จะเกิดพื้นที่ว่าง และกระจัดกระจาย ซึ่งทำให้การทำงานของระบบโดยรวมช้ามาก
10. ปิดเครื่องให้ถูกวิธี การปิดเครื่องไม่ถูกวิธี ทำให้เครื่องเราเสียเร็วมากที่สุดเลยก็ว่าได้ (เหมือนกับไฟฟ้าดับเวลทำงาน)
11. ไม่นำ CD เก่า ๆ มาเปิด จะทำให้ไดรฟ์อ่านของเราทำงานหนัก จนค้างได้ครับ
12. ไม่ประมาทไวรัส และโปรแกรมก่อกวน เพราะไวรัสโปรแกรมก่อกวนทั้งหลายที่มาในเครื่องของเรา ล้วนแต่สร้างปัญหาทั้งสิ้น
13. ลบโปรแกรมให้ถูกวิธี เพราะโปรแกรมจะลบไม่หมดและฝังในเครื่องจนเป็นขยะโดยไม่จำเป็น ดังนั้นเราควรลบแบบคนมีระดับหน่อย แห่ะๆ คือการลบผ่านทาง Add/Remove Programs หรือ ไฟล์ Uninstall ของโปรแกรมก็ได้ครับ
เพื่อสุขภาพสายตาของพี่น้อง ผมขอให้โหลดไฟล์ไป แล้ว ปริ้นไปอ่านดีกว่าน่ะครับผม ผมจะไม่ลบไฟล์นี้ทิ้ง โหลดไปได้เรื่อย ๆ เลยครับ โหลดไฟล์นี้ไปอ่าน
บางครั้งความเสียหายในการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ เกิดมาจากการใช้งานเครื่องแบบไม่ถูกวิธีของผู้ใช้เองน่ะครับผม ส่งผลให้เกิดความเสียหายไปถึงข้อมูลที่อยู่บนฮาร์ดดิสของเราด้วย แน่นอนน่ะครับว่ามีวิธีการแก้ไข แต่เราควรป้องกันซ่ะดีกว่าแก้จริงไหมละครับผม แห่ะๆ
การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือรู้เท่าทันสาเหตุและตามไปถอนรากของปัญหาอย่างถูกจุด ทั้งการแก้ปัญหาทางด้านโปรแกรมที่ใช้งานบนเครื่องหรือด้านฮาร์ดแวร์ของเครื่อง อีกสาเหตุหนึ่งที่สำคัญและเป็นตัวการที่พบว่าก่อให้เกิดปัญหามากที่สุดก็คือ วิธีการใช้งานอย่างไม่ถูกต้องนั่นเองครับ
เทคนิคนี้น่ะครับบูมจะเสนอแนวทางในการใช้งานเครื่องอย่างถูกวิธีหร้อมหลีกเลี่ยง การใช้งานเครื่องที่ส่งผลต่อระบบโดยตรง พี่น้องชาวแกงค์พอร์ชที่มีปัญหาคอมพังอยู่บ่อย ๆ ลองเปรียบเทียบพฤติกรรมการใช้งานดูน่ะครับผม
1.การวางเครื่องไว้ในสถานที่ไม่เหมาะสม
หลาย ๆ คนน่ะครับที่กำลังใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ดี ๆ เครื่องก็เสีย , ดับไปเฉย ๆ อันดับแรกก็ให้เราตรวจสอบก่อนเลยครับว่า สถานที่ที่เราใช้งานเครื่องอยู่ตอนนี้เหมาะสมแล้วเหรอ ตัวอย่างเช่น ห้องที่เราเข้าไปใช้งานมันค่อนข้างที่จะร้อนหรือชื้นเกินไป อย่างที่เราทราบกันน่ะครับว่า คอมพิวเตอร์จะไม่ค่อยถูกกับความร้อนและความชื้นเท่าไหร่นัก ดังนั้นเราควรหาสถานที่ ที่เหมาะสมแก่การใช้งาน อาจจะเป็นห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ หรือ ถ้าหาไม่ได้ก็อาจจะไปใช้ในสถานที่ ที่อากาศ ถ่ายเทได้สะดวกครับผม
2. ไม่มีแผนในการรีบมือกับระบบไฟฟ้า
ในกรณีที่ระบบไฟฟ้าของเราปกติดี อาจจะไม่ต้องกังวลมันมากครับ แต่หากอยู่ในสถานการณ์เสี่ยง เหอๆ เช่นฝนอาจจะกำลังจะตก หรือ อะไรก็ได้ที่ทำให้ไฟฟ้าดับได้ เราควรที่จะมีอุปกรณ์สำรองไฟ หรือ ที่เรียกกันทั่ว ๆ ว่า เครื่องสำรองไฟ (UPS) ที่ว่าสำคัญก็เพราะว่าบูมเคยเจอกับตัวเองเลยล่ะครับผม นั่งทำงานอยู่ดี ๆ ไฟดับ ไม่ได้บันทึกงานไว้ เฮ้ออ..แย่เลยว่าง๊านนนน เหอๆ แล้วการที่ไฟดับกระทันหันก็ทำให้เสี่ยงต่อการเสียของระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราง่ายขึ้นด้วยครับ
3. เปิดฝาเคสทิ้งไว้ขณะใช้งาน
อ่าหลายคนคิดว่าเปิดฝาครอบเคสออกแล้วจะระบายเครื่องได้ดี อันที่จริงมันก็จริงครับ แต่ว่าไอลมที่พัดเข้ามานั้นพาเอาของที่เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่พึงประสงค์จะรับเอาไปเลย นั้นคือ “ฝุ่น” เหอๆ ที่จริงคอมพิวเตอร์เรามีเพื่อนมาช่วยพัดลมระบายให้แล้วครับ อยู่ในเครื่องของเรานั่งข้าง ๆ CPU , HDD นั่นคือฮีตซิ้งครับ มันจะช่วยระบายความร้อนให้เอง ส่วนเรื่องของคุณภาพของฮีตซิ้งนั้นก็ลองศึกษาได้เองครับ อาจถามจากเจ้าจองร้าน IT ทั่ว ๆ ไป แล้วไปหาซื้อมาประดับบารมีคู่บ้านเดียวกับคอมพิวเตอร์เราครับ
4. รีบู๊ตเครื่องบ่อยเกินไปหน่อย แห่ะๆ
ผู้ใช้บางคยมักจะกดปุ่ม Reboot หรือ Reset ที่อยู่บนเครื่องเป็นประจำทุกครั้งเมื่อเครื่องเกิดปัญหา ด้วยคิดว่า มันง่าย สะดวก รวดเร็ว แต่การกดบนเคสนั้น ก่อให้เกิดผลรุนแรงกับเครื่องมากกว่าการ Restart ตามระบบ หรือใน Ctrl+Alt+Del หลายประการครับ สาเหตุที่เป็นอย่างนั้นเหรอครับผม ก็เพราะว่า ในขณะมันค้างอยู่ โปรแกรมตัวอื่น หรือ ตัวที่มีปัญหา กำลังติดต่อกับระบบเครื่องของเราอย่างเต็มที่เลย แล้วบังเอิญว่าเราไปกดปิดมันซ่ะงั้น ทำให้มีปัญหาแน่นอนครับ เหมือนกันครับ กับการที่เราวิ่งอยู่ดี ๆ แล้วเพื่อนเอาเชือกมาดักขาเรา เหอ คิดดูน่ะครับผม(ช่างคิดตัวอย่างจริงเลยเรา เหอๆ ) ที่กล่าวไปนั่นไม่ได้ห้ามน่ะครับว่าจะ Re ไม่ได้ ... เหอๆ ได้ครับ แต่ต้องให้ถูกวิธี ตามที่กล่าวมาแล้วหากเราทำถูกวิธีอย่างน้อยเครื่อง ระบบปฎิบัติการ หรืออุปกรณ์ในเครื่อง ก็ทำการปิดการติดต่อกับโปรแกรมในเครื่องก่อนครับ
5. ติดตั้งระบบปฎิบัติการเกินกำลังความสามารถของเครื่อง
ของใหม่อาจจะดีน่ะครับ เพราะทันสมัยกว่า แต่ก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป เราจะเห็นว่า ระบบใหม่ ๆ มักมาพร้อมกับความต้องการของระบบที่สูงขึ้น(จริงมั๊ยคับ) เหอๆ ปัจจุบันก็ Vista ซึ่งใหญ่มากพอสมควรเลยทีเดียว เห็นได้จากความต้องการของระบบขั้นต่ำน่ะครับ ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว เพราะว่าเน้นรูปแบบกราฟิกสวยงาม ทำให้เปลืองพื้นที่มาก อีกทั้งการทำงานอืดขึ้นด้วย แงๆ เพราะฉนั้นควรที่จะเลือกระบบที่เหมาะสมกับเครื่องของตัวเองน่ะครับผม
6. ใช้งานนานเกินไป
แน่นอนครับว่าบางครั้งเราจำเป็น แต่ก็ไม่ควรจำเป็นบ่อยเกินไป เหอๆ การที่เราใช้งานนาน ๆ มีผลเสี่ยงต่อการแฮงค์ของเครื่องสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่ว่าเป็นอย่างนั้นเหรอครับ ก็เพราะว่า เครื่องคอมของเรามันเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าน่ะครับ ถ้าใช้งาน ๆ มันก็จะร้อนมากขึ้นจริงหรือเปล่าครับ นั่นละครับคือสาหตุที่ทำให้เครื่องของเรามีความเสียงสูงเมื่อใช้งานนาน ๆ เข้า ครับ ทั้งนี้ถ้าไม่เกินความจำเป็นแล้วก็ไม่ควรที่จะเปิด และ ใช้งานเครื่องนานเกิน 1 วันเลยน่ะครับ ( PC น่ะครับปกติน่ะครับ ไม่ใช่ Server คอมหรือเกมส์ออนไลน์ เหอๆ ) เพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นอีกทั้งรักษาสุขภาพตัวเราด้วยครับ
7. แก้ไขข้อมูลสำคัญของระบบโดยขาดความรู้
การทำงานของระบบปฎิบัติการส่วนใหญ่นั้น จะมีการตั้งค่าของระบบเก็บไว้ที่หนึ่งครับ ซึ่งผู้ใช้สามารถแก้ไขค่าเหล่านั้นได้ด้วยตนเอง แต่ไม่นนำให้กระทำนอกเสียจากว่ามีความชำนาญมากแล้วอาทิ การแก้ Register ของระบบ Windows (ผ่าน regedit) ซึ่งการเปลี่ยนแปลงค่าโดยไม่รู้หลักการทำงานทำให้เครื่องเกิดการผิดพลาดอย่างรุนแรงและต่อเนื่องได้เลยครับ อาจถึงกับต้องลงระบบปฎิบัติการกันใหม่เลยทีเดียว
อ่า นอกจาก regedit แล้ว การแก้ไข System ของ Windows (Sysedit) อย่างรู้เท่าไม่ถึงการก็อาจจะทำให้เครื่องของเราเสี่ยงเช่นกัน
(เหอๆ แต่เนื่องจากเทคนิคส่วนใหญ่ที่บูมนำเสนอมักใช้งาน regedit เสมอ แต่ไม่ต้องกลัวนะครับทุกเทคนิคบูมได้ศึกษา และใช้งานมาหมดแล้ว หากมีผลกระทบบูมจะไม่นำมาเสนอ หรือ ถ้าเอามา ก็จะบอกความเสี่ยงไว้ให้ เพื่อความปลอดภัยของเครื่องพี่น้องชาวแกงค์พอร์ชของเราทุกคนครับ)

8.เปิดโปรแกรมที่กินหน่วยความจำสูง ๆ พร้อม ๆ กัน
โปรแกรมในห้องตลาดมากมายที่สร้างแบบใช้ความละเอียดที่สูงมาก เช่น Photoshop , Dreams โปรแกรมพวกนี้หากทำงานร่วมกันจะทำให้การทำงานของเครื่องเราช้าลง เพราะระบบเรียกการทำงานมากเกินไปจนซ้ำซ้อนกัน แล้วโปรแกรมบางตัวก็ใช้งานหน่วยความจำสูงขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยครับ แต่ก็ไม่ต้องกังวลมากนักน่ะครับ เพราะ Windows ของเราจะช่วยให้การทำงานที่ยุ่งยากนั้นดีมากขึ้น แต่เราก็ไม่ควรละเลย เปิดใช้งานตามใจชอบ อาจจะทำให้เรานั่งเสียเวลารอนาน เพราะโปรแกรมทำงานจนค้าง จนต้อง Restart อีก เครื่องก็มีปัญหาเข้าไปอีก
9. ละเลยการทำ Disk Cleanup และ Defragment
Disk Cleanup จะเป็นโปรแกรมที่ช่วยทำความสะอาดโปรแกรมที่ค้างในเครื่องของเรา (ขยะ) ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากการลบขยะแล้วพื้นที่ก็จะเพิ่มขึ้น อีกทั้ง การทำงานทั่วไปจะเร็วขึ้นบ้างด้วย
Defragment เป็นโปรแกรมที่ช่วยทำความสะอาดพื้นที่ของคอมพิวเตอร์ทั้งหมด (ตามที่เราเลือก) ที่ต้องทำก็เพราะว่า บางครั้ง เรานำไฟล์ใหม่เข้า แล้วเอาไฟล์เก่าออก หรือลบ ฮาร์ดดิสของเราก็จะเกิดพื้นที่ว่าง และกระจัดกระจาย ซึ่งทำให้การทำงานของระบบโดยรวมช้ามาก อืดๆๆๆๆเลยทีเดียว ดังนั้นบูมขอแนะนำน่ะครับว่า เราควรจะ Defragment อย่างน้อย เดือนละครั้ง ครับ


10. ปิดเครื่องไม่เป็น
ป่อยยๆๆๆ อาจฟังแล้วตลกมากจริงไหมครับ เหอๆ แต่รู้ไหมครับว่า การปิดเครื่องไม่ถูกวิธี ทำให้เครื่องเราเสียเร็วมากที่สุดเลยก็ว่าได้ (เหมือนกับไฟฟ้าดับเวลทำงาน)


11. นำ CD เก่า ๆ มาเปิด
การนำ CD ที่เก่าแก่มาเปิด จะทำให้ไดรฟ์อ่านของเราทำงานหนัก จนค้างได้ครับ พี่น้องชาวแกงค์พอร์ชก็อาจจะเคยเจอแล้วใช่ไหมครับ
12. ประมาทไวรัส และโปรแกรมก่อกวน
ไวรัสและโปรแกรมก่อกวนทั้งหลายที่มาในเครื่องของเรา ล้วนแต่สร้างปัญหาทั้งสิ้นครับ แต่ก็จะไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่ใหญ่โตอะไรเลยหากเรามีการป้องกันที่ดี ซึ่งโดยส่วนใหญ่นั้นก็เป็นเพียงการอัพเดตโปรแกรมที่ใช้เท่านั้น แน่นอนครับว่าเครื่องของพวกเราคงมีโปรแกรมป้องกันไวรัสกันแล้ว แต่น่าเสียดายที่ตั้งไว้ไม่เคยอัพเดต ถ้าเป็นของใช้ฝุ่นเกาะหมดแล้วค้าบบ เหอๆ มาปัดฝุ่นอัพเดตกกันดีกว่า แล้วก็ไม่ต้องมากังวลอีกเลยกับไวรัส แห่ะๆ
13. การลบโปรแกรมผิด
ฮันแน่ เหอๆ ไม่ต้องหนีไปซ่อนเลย มีคนส่วนใหญ่ครับที่ลบโปรแกรมในโฟลเดอร์ที่ติดตั้งโปรแกรม โดยการลบมันทิ้งไป มันผิดอย่างมากเลยครับ เพราะโปรแกรมจะลบไม่หมดและฝังในเครื่องจนเป็นขยะโดยไม่จำเป็น ดังนั้นเราควรลบแบบคนมีระดับหน่อย แห่ะๆ คือการลบผ่านทาง Add/Remove Programs หรือ ไฟล์ Uninstall ของโปรแกรมก็ได้ครับ
ทบทวนกลวิธีทั้งหมดที่ว่ามา
1. การวางเครื่องให้เหมาะสม อย่างที่เราทราบกันน่ะครับว่า คอมพิวเตอร์จะไม่ค่อยถูกกับความร้อนและความชื้นเท่าไหร่นัก ดังนั้นเราควรหาสถานที่ ที่เหมาะสมแก่การใช้งาน
2. ควรมีแผนในการรีบมือกับระบบไฟฟ้า เราควรที่จะมีอุปกรณ์สำรองไฟ หรือ ที่เรียกกันทั่ว ๆ ว่า เครื่องสำรองไฟ (UPS)
3.ไม่ควรเปิดฝาเคสทิ้งไว้ขณะใช้งาน ที่จริงคอมพิวเตอร์เรามีเพื่อนมาช่วยพัดลมระบายให้แล้วครับ อยู่ในเครื่องของเรานั่งข้าง ๆ CPU , HDD นั่นคือฮีตซิ้ง
4. ไม่ควรรีบู๊ตเครื่องบ่อยเกินไป เพราะว่า ในขณะมันค้างอยู่ โปรแกรมตัวอื่น หรือ ตัวที่มีปัญหา กำลังติดต่อกับระบบเครื่องของเราอย่างเต็มที่เลย แล้วบังเอิญว่าเราไปกดปิดมันซ่ะงั้น ทำให้มีปัญหาแน่นอนครับ เหมือนกันครับ กับการที่เราวิ่งอยู่ดี ๆ แล้วเพื่อนเอาเชือกมาดักขาเรา เหอ คิดดูน่ะครับผม(ช่างคิดตัวอย่างจริงเลยเรา
5. ไม่ติดตั้งระบบปฎิบัติการเกินกำลังความสามารถของเครื่อง เพราะว่าเน้นรูปแบบกราฟิกสวยงาม ทำให้เปลืองพื้นที่มาก อีกทั้งการทำงานอืดขึ้นด้วย
6.ไม่ควรใช้งานนานเกินไป การที่เราใช้งานนาน ๆ มีผลเสี่ยงต่อการแฮงค์ของเครื่องสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่ว่าเป็นอย่างนั้นเหรอครับ ก็เพราะว่า เครื่องคอมของเรามันเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าน่ะครับ ถ้าใช้งาน ๆ มันก็จะร้อนมากขึ้นจริงหรือเปล่าครับ นั่นละครับคือสาหตุที่ทำให้เครื่องของเรามีความเสียงสูงเมื่อใช้งานนาน ๆ เข้า
7. ไม่แก้ไขข้อมูลสำคัญของระบบโดยขาดความรู้ การแก้ Register ของระบบ Windows (ผ่าน regedit) ซึ่งการเปลี่ยนแปลงค่าโดยไม่รู้หลักการทำงานทำให้เครื่องเกิดการผิดพลาดอย่างรุนแรงและต่อเนื่องได้เลยครับ อาจถึงกับต้องลงระบบปฎิบัติการกันใหม่เลยทีเดียวแต่เนื่องจากเทคนิคส่วนใหญ่ที่บูมนำเสนอมักใช้งาน regedit เสมอ แต่ไม่ต้องกลัวนะครับทุกเทคนิคบูมได้ศึกษา และใช้งานมาหมดแล้ว หากมีผลกระทบบูมจะไม่นำมาเสนอ หรือ ถ้าเอามา ก็จะบอกความเสี่ยงไว้ให้ เพื่อความปลอดภัยของเครื่องพี่น้องชาวแกงค์พอร์ชของเราทุกคนครับ
8. ไม่เปิดโปรแกรมที่กินหน่วยความจำสูง ๆ พร้อม ๆ กัน เพราะระบบเรียกการทำงานมากเกินไปจนซ้ำซ้อนกัน แล้วโปรแกรมบางตัวก็ใช้งานหน่วยความจำสูงขึ้นเรื่อย ๆ
9. ไม่ละเลยการทำ Disk Cleanup และ Defragment
Disk Cleanup จะเป็นโปรแกรมที่ช่วยทำความสะอาดโปรแกรมที่ค้างในเครื่องของเรา (ขยะ) ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากการลบขยะแล้วพื้นที่ก็จะเพิ่มขึ้น อีกทั้ง การทำงานทั่วไปจะเร็วขึ้นบ้างด้วย Defragment เป็นโปรแกรมที่ช่วยทำความสะอาดพื้นที่ของคอมพิวเตอร์ทั้งหมด เพราะว่า บางครั้ง เรานำไฟล์ใหม่เข้า แล้วเอาไฟล์เก่าออก หรือลบ ฮาร์ดดิสของเราก็จะเกิดพื้นที่ว่าง และกระจัดกระจาย ซึ่งทำให้การทำงานของระบบโดยรวมช้ามาก
10. ปิดเครื่องให้ถูกวิธี การปิดเครื่องไม่ถูกวิธี ทำให้เครื่องเราเสียเร็วมากที่สุดเลยก็ว่าได้ (เหมือนกับไฟฟ้าดับเวลทำงาน)
11. ไม่นำ CD เก่า ๆ มาเปิด จะทำให้ไดรฟ์อ่านของเราทำงานหนัก จนค้างได้ครับ
12. ไม่ประมาทไวรัส และโปรแกรมก่อกวน เพราะไวรัสโปรแกรมก่อกวนทั้งหลายที่มาในเครื่องของเรา ล้วนแต่สร้างปัญหาทั้งสิ้น
13. ลบโปรแกรมให้ถูกวิธี เพราะโปรแกรมจะลบไม่หมดและฝังในเครื่องจนเป็นขยะโดยไม่จำเป็น ดังนั้นเราควรลบแบบคนมีระดับหน่อย แห่ะๆ คือการลบผ่านทาง Add/Remove Programs หรือ ไฟล์ Uninstall ของโปรแกรมก็ได้ครับ
เพื่อสุขภาพสายตาของพี่น้อง ผมขอให้โหลดไฟล์ไป แล้ว ปริ้นไปอ่านดีกว่าน่ะครับผม ผมจะไม่ลบไฟล์นี้ทิ้ง โหลดไปได้เรื่อย ๆ เลยครับ โหลดไฟล์นี้ไปอ่าน